Thongplew1’s Weblog


คำถามท้ายบทที่ ๖ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานและตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษา
มิถุนายน 28, 2008, 2:32 pm
Filed under: Uncategorized

ข้อ ๑. มาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบ่งเป็นกี่ด้าน? และมีกี่มาตรฐานและตัวบ่งชี้?ใช้มาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบแรกกี่มาตรฐาน ?
มาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบ่งเป็น ๓ด้าน คือ
๑. มาตรฐานด้านผู้เรียน
๒. มาตรฐานด้านกระบวนการ
๓. มาตรฐานด้านปัจจัย
มาตรฐานการศึกษาเพื่อประเมินคุณภาพภายนอกในรอบแรกของระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ๑๔ มาตรฐาน ๕๓ ตัวบ่งชี้

ข้อ ๒.การประกันคุณภาพการศึกษามีกี่ระบบ ? อะไรบ้าง ?
การประกันคุณภาพการศึกษามี ๒ ระบบ คือ
๑. ระบบประกันคุณภาพภายใน
๒. ระบบประกันคุณภาพภายนอก

ข้อ ๓. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับอะไรบ้าง ?
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินเกี่ยวกับการพัฒนาเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกและทำการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของการศึกษา ดังนี้
๑. พัฒนาระบบการประเมินภายนอก กำหนดกรอบแนวทางและวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับระบบประเมินคุณภาพของสถานศึกษา
๒. การพัฒนามาตรฐานและเกณฑ์สำหรับประเมินคุณภาพภายนอก
๓. ติดตามกำกับดูแลและกำหนดมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอก
๔. พัฒนาและฝึกอบรมผู้ประเมินภายนอก
๕. ให้การรับรองผู้ประเมินภายนอก

๖. ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
และการรับรองมาตรฐาน
๗. สรุปผลและเสนอรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกและมาตรฐานประจำปีต่อคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงบประมาณเพื่อประกอบการพิจารณานโยบายการศึกษาและการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา

๔.สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องเตรียมการอย่างไรเพื่อรองรับการประเมินภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องเตรียมการเพื่อรองรับการประเมินภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ ๑ การศึกษาและเตรียมการ โดยการดำเนินการ
– มีการตั้งคณะทำงาน ศึกษาและพัฒนาระบบประกันคุณภาพ
– จัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากร
– การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษา
ขั้นตอนที่ ๒ การวางแผน การประกันคุณภาพการศึกษา
– การจัดทำข้อมูลพื้นฐานการศึกษาของสถานศึกษา
– การจัดทำมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
– การจัดทำธรรมนูญสถานศึกษา
– การจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานของสถานศึกษา
ขั้นตอนที่ ๓ การนำแผน การประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้
– แผนการประกันคุณภาพ
– พัฒนาบุคลากร
– จัดสิ่งอำนวยความสะดวก
ขั้นตอนที่ ๔ การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
– ขั้นเตรียมการ
– ตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา
– ขั้นสรุป
– ขั้นรายงาน
ขั้นตอนที่ ๕ การพัฒนาและการปรับปรุงมาตรฐาน

ขั้นตอนที่ ๖ การเตรียมการรับการประเมินจากองค์กรภายนอก
– สร้างความเข้าใจให้ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
– การเตรียมการด้านบุคลากร
– การเตรียมการด้านเอกสารรายงาน สื่อ อุปกรณ์
ข้อ ๕.มาตรฐานการศึกษาของชาติมีมาตรฐานและตัวบ่งชี้อะไรบ้าง ?
มาตรฐานการศึกษาของชาติมี ๓ มาตรฐานและ ๑๑ ตัวบ่งชี้ ดังนี้
มาตรฐานที่ ๑ คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลกคนไทย เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข
เป้าหมายของการจัดการศึกษาอยู่ที่การพัฒนาคนไทยทุกคนให้เป็น “ คนเก่ง คนดี และมีความสุข ” โดยมีการพัฒนาที่เหมาะสมกับช่วงวัย พัฒนาคนตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ตรงตามความต้องการ ทั้งในด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้และทักษะ คุณธรรมและจิตสำนึกที่พึงประสงค์ และอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
ตัวบ่งชี้
๑. กำลังกาย กำลังใจที่สมบูรณ์
๒. ความรู้และทักษะที่จำเป็นและเพียงพอในการดำรงชีวิตและการพัฒนาสังคม
๓. ทักษะการเรียนรู้และการปรับตัว
๔. ทักษะทางสังคม
๕. คุณธรรม จิตสาธารณะ และจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก
มาตรฐานที่ ๒ แนวการจัดการศึกษาจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญและการบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน
การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนเห็นแบบอย่างที่ดี ได้ฝึกการคิด ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่หลากหลายตรงตามความต้องการ และมีความสุขในการเรียนรู้ ครู คณาจารย์รู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล เตรียมการสอนและใช้สื่อที่ผสมผสานความรู้สากลกับภูมิปัญญาไทย จัดบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ จัดหาและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย และพัฒนาความคิดของผู้เรียนอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์
ความสำเร็จของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านบุคคล ได้แก่ ผู้เรียน ครู คณาจารย์ ผู้บริหาร ผู้ปกครองและสมาชิกชุมชน และปัจจัยด้านการบริหาร ได้แก่ หลักการบริหารจัดการและหลักธรรมาภิบาล

ตัวบ่งชี้
๖. การจัดหลักสูตรการเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ
๗. มีการพัฒนาผู้บริหาร ครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ
๘. มีการบริหารจัดการที่ใช้สถานศึกษาเป็นฐาน
มาตรฐานที่ ๓ แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ / สังคมแห่งความรู้ การสร้างวิถีการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ให้เข้มแข็ง
การเรียนรู้ ความรู้ นวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาสู่สังคมแห่งความรู้ การส่งเสริมและสร้างกลไกเพื่อให้คนไทยทุกคนมีโอกาสและทางเลือกที่จะเข้าถึงปัจจัยและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ด้วยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย โดยการได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม จะนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และขีดความสามารถของคนไทยในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
ตัวบ่งชี้
๙. การบริการวิชาการและสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชนให้เป็น
สังคมแห่งการเรียนรู้ / สังคมแห่งความรู้
๑๐. การศึกษาวิจัย สร้างเสริม สนับสนุนแหล่งการเรียนรู้ และกลไกการเรียนรู้
๑๑. การสร้างและการจัดการความรู้ในทุกระดับทุกมิติของสังคม

ข้อ ๖.ความสำเร็จของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ?
ความสำเร็จของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญขึ้นอยู่กับปัจจัย ๒ ปัจจัย คือ
๑. ปัจจัยด้านบุคคล ได้แก่ ผู้เรียน ครู คณาจารย์ ผู้บริหาร
ผู้ปกครองและสมาชิกชุมชน
๒. ปัจจัยด้านการบริหาร ได้แก่ หลักการบริหารจัดการและหลักธรรมาภิบาล

ข้อ ๗. การพัฒนาผู้บริหาร ครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา อย่างเป็นระบบและมีคุณภาพควรดำเนินการอย่างไรบ้าง?
การพัฒนาผู้บริหาร ครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพควรดำเนินการดังต่อไปนี้
๑. ผู้บริหาร ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ และวิชาชีพ
๒. ผู้บริหาร ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีคุณธรรม มีความพึงพอใจใน
การทำงาน และผูกพันกับงาน มีอัตราการออกจากงานและอัตราความผิดทางวินัยลดลง
๓. การรวมตัวจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานเฉพาะกลุ่ม และติดตามการดำเนินงานของบุคลากรและสถานศึกษา ตลอดจนการสั่งสมองค์ความรู้ที่หลากหลาย

ข้อ ๘. กระทรวงศึกษาธิการกำหนดมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในไว้กี่ด้าน ? อะไรบ้าง ?
กระทรวงศึกษาธิการกำหนดมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในไว้ ๔ ด้าน ดังต่อไปนี้
๑. มาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน มี ๘ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๑ ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคำนิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ ๒ ผู้เรียนมีจิตสำนึก ในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
มาตรฐานที่ ๓ ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น
ได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
มาตรฐานที่ ๔ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ
มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์
มาตรฐานที่ ๕ ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร
มาตรฐานที่ ๖ ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และ
พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานที่ ๗ ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพภาย และสุขภาพจิตที่ดี
ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา
๒. มาตรฐานด้านการเรียนการสอน มี ๒ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๙ ครูมีคุณธรรม จริยธรรม มีวุฒิ/ความรู้ความสามารถตรงกับงานที่
รับผิดชอบ หมั่นพัฒนาตนเองเข้ากับชุมชนได้ดี และมีครูพอเพียง
มาตรฐานที่ ๑๐ ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
และเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๓. มาตรฐานด้านการบริหารและการจัดการศึกษา มี ๕ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๑๑ ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม มีภาวะผู้นำ และมีความสามารถ
ในการบริหารจัดการศึกษา
มาตรฐานที่ ๑๒ สถานศึกษามีการจัดองค์กร โครงสร้าง ระบบการบริหารงานและ
พัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบครบวงจร
มาตรฐานที่ ๑๓ สถานศึกษามีการบริหารและจัดการศึกษาโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน
มาตรฐานที่ ๑๔ สถานศึกษามีการจัดหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ

มาตรฐานที่ ๑๕ สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลาย
มาตรฐานที่ ๑๖ สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมและการบริการที่ส่งเสริมให้
ผู้เรียนพัฒนาตามธรรมชาติเต็มศักยภาพ
๔. มาตรฐานด้านการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ มี ๒ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๑๗ สถานศึกษามีการสนับสนุนและใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญา
ในท้องถิ่น
มาตรฐานที่ ๑๘ สถานศึกษามีการร่วมมือกันระหว่างบ้าน องค์กรทางศาสนาสถาบัน
ทางวิชาการ และองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาวิถีการเรียนรู้
ในชุมชน

ข้อ ๙. กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย มีกี่ด้าน ? และแต่ละด้านมีกี่มาตรฐาน?
กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยมี ๔ ด้าน แต่ละด้านประกอบด้วยมาตรฐานดังต่อไปนี้
๑. มาตรฐานด้านคุณภาพเด็ก มี ๘ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๑ เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ ๒ เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มาตรฐานที่ ๓ เด็กสามารถทำงานจนสำเร็จ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีความรู้สึก
ที่ดีต่ออาชีพสุจริต มาตรฐานที่ ๔ เด็กสามารถคิดรวบยอด คิดแก้ปัญหา และคิดริเริ่มสร้างสรรค์
มาตรฐานที่ ๕ เด็กมีความรู้และทักษะเบื้องต้น มาตรฐานที่ ๖ เด็กมีความสนใจใฝ่รู้ รักการอ่าน และพัฒนาตนเอง มาตรฐานที่ ๗ เด็กมีสุขนิสัย สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี มาตรฐานที่ ๘ เด็กมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี
และการเคลื่อนไหว
๒. มาตรฐานด้านการเรียนรู้ มี ๒ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๙ ครูมีคุณธรรม จริยธรรม มีวุฒิ/ความรู้ความสามารถตรงกับงานที่
รับผิดชอบ หมั่นพัฒนาตนเองเข้ากับชุมชนได้ดี และมีครูพอเพียง
มาตรฐานที่ ๑๐ ครูมีความสามารถในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและเน้นเด็กเป็นสำคัญ
๓. มาตรฐานด้านการบริหารและการจัดการศึกษา มี ๖ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๑๑ ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม มีภาวะผู้นำ และมีความสามารถ
ในการบริหารจัดการศึกษา
มาตรฐานที่ ๑๒ สถานศึกษามีการจัดองค์กร โครงสร้าง ระบบการบริหารงาน
และพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบครบวงจร
มาตรฐานที่ ๑๓ สถานศึกษามีการบริหารและจัดการศึกษา
โดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน
มาตรฐานที่ ๑๔ สถานศึกษามีการจัดหลักสูตร และประสบการณ์การเรียนรู้ที่
เน้นเด็กเป็นสำคัญ
มาตรฐานที่ ๑๕ สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพเด็กอย่าง
หลากหลาย
มาตรฐานที่ ๑๖ สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมและการบริการที่ส่งเสริม
ให้เด็กพัฒนาตาม ธรรมชาติเต็มศักยภาพ
๔. มาตรฐานด้านการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ มี ๒ มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ ๑๗ สถานศึกษามีการสนับสนุนและใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญา
ในท้องถิ่น
มาตรฐานที่ ๑๘ สถานศึกษามีการร่วมมือกันระหว่างบ้าน องค์กรทางศาสนา
สถาบันทางวิชาการ และองค์กรภาครัฐและเอกชน
เพื่อพัฒนาวิถีการเรียนรู้ในชุมชน

ข้อ ๑๐. มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยต้องการให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ มีตัวชี้วัดอะไรบ้าง ?
มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยต้องการให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์มีตัวชี้วัดจำนวน ๖ ข้อ ดังนี้
๑. มีวินัย มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน
๒. มีความซื่อสัตย์สุจริต
๓. มีความกตัญญูกตเวที
๔. มีเมตตากรุณา มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
๕. ประหยัด รู้จักใช้และรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
๖. มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

ข้อ ๑๑. มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย มีความแตกต่างกันในมาตรฐานใดบ้าง ?
มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยมีความแตกต่างกัน ในมาตรฐานที่ ๓, ๔, ๕, ๖, และ ๑๕ ตามรายระเอียดต่อไปนี้

มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย
มาตรฐานที่ ๓ ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติ ที่ดีต่ออาชีพสุจริต
ตัวบ่งชี้
๓.๑ มีทักษะในการจัดการและทำงานให้สำเร็จ
๓.๒ เพียรพยายาม ขยัน อดทน ละเอียดรอบคอบในการทำงาน
๓.๓ ทำงานอย่างมีความสุข พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง
๓.๔ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
๓.๕ มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ

มาตรฐานที่ ๓ เด็กสามารถทำงานจนสำเร็จ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีความรู้สึกที่ดี
ต่ออาชีพสุจริต
ตัวบ่งชี้
๓.๑ สนใจและกระตือรือร้นในการทำงาน
๓.๒ ทำงานจนสำเร็จและภูมิใจในผลงาน
๓.๓ เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้
๓.๔ มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริต
มาตรฐานที่ ๔ ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์
คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์
ตัวบ่งชี้
๔.๑ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปความคิดรวบยอด คิดอย่างเป็นระบบและมีการคิดแบบ องค์รวม
๔.๒ สามารถคาดการณ์ กำหนดเป้าหมาย และแนวทางการตัดสินใจได้
๔.๓ ประเมินและเลือกแนวทางการตัดสินใจ และแก้ไขปัญหาอย่างมีสติ
๔.๔ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มองโลกในแง่ดี และมีจินตนาการ
มาตรฐานที่ ๔ เด็กสามารถคิดรวบยอด คิดแก้ปัญหา และคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ตัวบ่งชี้
๔.๑ มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ทีเกิดจากการเรียนรู้
๔.๒ แก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
๔.๓ มีจินตนาการและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย
มาตรฐานที่ ๕ ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นหลักสูตร
ตัวบ่งชี้
๕.๑ มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยตามเกณฑ์
๕.๒ มีผลการทดสอบรวบยอดระดับชาติเฉลี่ยตามเกณฑ์
๕.๓ สามารถสื่อความคิดผ่านการพูด เขียน หรือนำเสนอด้วยวิธีต่างๆ
๕.๔ สามารถใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
๕.๕ สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ มาตรฐานที่ ๕ เด็กมีความรู้และทักษะเบื้องต้น
ตัวบ่งชี้
๕.๑ มีทักษะในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่-เล็ก
๕.๒ มีทักษะในการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง ๕
๕.๓ มีทักษะในการสื่อสาร
๕.๔ มีทักษะในการสังเกตและสำรวจ
๕.๕ มีทักษะในเรื่องมิติสัมพันธ์
๕.๖ มีทักษะในเรื่องจำนวน ปริมาณ น้ำหนัก และการกะประมาณ
๕.๗ เชื่อมโยงความรู้และทักษะต่าง ๆ
มาตรฐานที่ ๖ ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ตัวบ่งชี้
๖.๑ มีนิสัยรักการอ่าน การเขียน และการฟัง รู้จักตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผล
๖.๒ สนใจแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ รอบตัว ใช้ห้องสมุด แหล่งความรู้และสื่อต่างๆ
๖.๓ มีวิธีการเรียนรู้ของตนเอง เรียนรู้ร่วมกัน

มาตรฐานที่ ๖ เด็กมีความสนใจใฝ่รู้ รักการอ่าน และพัฒนาตนเอง
ตัวบ่งชี้
๖.๑ รู้จักตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผล และมีความสนใจใฝ่รู้
๖.๒ มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว และสนุกกับการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ๑๕ สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลาย
ตัวบ่งชี้
๑๕.๑ มีการจัดและพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่เข้มแข็งและทั่วถึง
๑๕.๒ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและตอบสนองความสามารถทางวิชาการและความคิดสร้างสรรค์
๑๕.๓ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและตอบสนองความสามารถพิเศษและความถนัดของผู้เรียน
๑๕.๔ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมที่ดีงาม
๑๕.๕ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านศิลปะ ดนตรี/นาฏศิลป์ และกีฬา/นันทนาการ
๑๕.๖ มีการจัดกิจกรรมสืบสานและสร้างสรรค์ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทย
๑๕.๗ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย มาตรฐานที่ ๑๕ สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพเด็กอย่างหลากหลาย
ตัวบ่งชี้
๑๕.๑ มีการจัดและพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือเด็กอย่างทั่วถึง
๑๕.๒ มีการจัดกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาทางสมอง ตอบสนองความสนใจและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก
๑๕.๓ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมที่ดีงาม
๑๕.๔ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
๑๕.๕ มีการจัดกิจกรรมสืบสานและสร้างสรรค์ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทย
๑๕.๕ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย

ข้อ ๑๒. จากสาระของหน่วยการเรียนรู้นี้ ขอให้ศึกษา มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และ เกณฑ์ ที่สถานศึกษาของตนเกี่ยวข้อง แล้วนำมาพิจารณาว่า สถานศึกษาในขณะนี้ มีปัญหาในมาตรฐานอะไร ? และขอให้นำมาอภิปรายหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไข ?
จากสาระของหน่วยการเรียนรู้นี้ได้ศึกษามาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์ที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรีเกี่ยวข้อง แล้วนำมาพิจารณาว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรีในขณะนี้มีปัญหาในมาตรฐานที่ ๔ นวัตกรรมและการสร้างองค์ความรู้ของอาจารย์และนักศึกษา ซึ่งขออภิปรายถึงสาเหตุและแนวทางแก้ไข ต่อไปนี้
มาตรฐานที่ ๔ นวัตกรรมและการสร้างองค์ความรู้ของอาจารย์และนักศึกษา
กระบวนการสนับสนุนให้คณาจารย์และนักศึกษาได้สร้างนวัตกรรม โครงงาน และสิ่งประดิษฐ์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง อันเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขยายพรมแดนการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาใหม่ผสมผสานอยู่ในนโยบาย และภารกิจหลักของสถานศึกษาเพื่อนำไปสู่ความสารถที่แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ
ตัวบ่งชี้
๔.๑ จำนวนนวัตกรรมโครงงาน สิ่งประดิษฐ์ งานวิจัยที่เป็นการพัฒนาองค์
ความรู้งานวิจัยปฏิบัติการของอาจารย์และนักศึกษา และงานวิจัยเพื่อ
พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน
๔.๒ จำนวนผลงาน สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมที่ได้รับรางวัลจากการประกวด
การเผยแพร่ระดับชาติและ/หรือ การใช้ประโยชน์ทางวิชาชีพ
๔.๓ ร้อยละของงบประมาณที่ใช้ในการสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ของ
อาจารย์และนักศึกษา รวมทั้งงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก
ภายนอกต่องบประมาณดำเนินการทั้งหมด
สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา
๑. เป็นมาตรฐานที่มีปัญหาในวันรับการประเมินจากภายนอกรอบที่ ๒ ได้รับคะแนนในการประเมินต่ำสุดจากมาตรฐานอื่น ๆ
๒. จากตัวบ่งชี้ที่ ๔.๑ จำนวนนวัตกรรม โครงงาน สิ่งประดิษฐ์ และงานวิจัย เป็นปัญหาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี คือ
๒.๑ สิ่งประดิษฐ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีนโยบายนั้น
ส่วนใดมุ่งเน้นที่ช่วงต่าง ๆ ซึ่ง วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เปิดสอน
เกี่ยวกับ บริหารธุรกิจ คหกรรม ศิลปกรรม ผลงานสิ่งประดิษฐ์ จึง
เป็นปัญหาต่อวิชาชีพ ถ้าดำเนินการต้องประสานกับช่องต่างสถาบัน
ซึ่งก็ต้องดำเนินการเช่นกัน จึงมีอุปสรรคเรื่องเวลา

๒.๒ ผลงานวิจัยของครูและนักศึกษา เนื่องจากงานตามวิชาชีพของ
วิทยาลัยอาชีวศึกษาส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานแม่บ้าน งานบริการอาหาร
จัดตกแต่งดอกไม้-ผ้า ซึ่งต้องบริการระดับจังหวัด ภาคและ
ส่วนกลาง ครูจึงไม่ค่อยมีเวลาในเรื่องของการวิจัยเมื่อเวลาผ่านไป
ความรู้ที่เคยเรียนก็ถูกลืม จึงไม่มีผลงาน ด้านนี้
๓. จากตัวบ่งชี้ที่ ๔.๒ จำนวนผลงาน สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมที่ได้รับรางวัลจากการประกวด การเผยแพร่ระดับชาติ และ/หรือ การใช้ประโยชน์ทางวิชาชีพที่เป็นปัญหาสำหรับวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี คือ จากที่กล่าวมาในข้อ ๒.๑ ว่าผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ สอศ. เน้นคือ ผลงาน ชิ้นงานทางช่าง เมื่อจัดประกวดโอกาสที่จะได้รับรางวัลมีน้อยมาก และเกณฑ์ก็กำหนดไว้สูงว่า จะต้องได้รับรางวัล/เผยแพร่ถึงระดับชาติ ซึ่งเป็นการยากมากในการดำเนินงาน
๔. จากตัวบ่งชี้ที่ ๔.๓ร้อยละของงบประมาณที่ใช้ในการสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ของอาจารย์และนักศึกษา รวมทั้งงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก ภายนอกต่องบประมาณดำเนินการทั้งหมด เป็นตัวกำหนดในการประเมินที่กำหนดงบประมาณไว้สูงและนับต่อยอดจากปีที่ผ่านมาด้วย ซึ่งงบประมาณที่ได้รับมีข้อจำกัดในรายจ่ายด้านอื่นๆ การจัดสรรจึงเป็นปัญหาหากทุ่มเทกับตัวบ่งชี้นี้งบประมาณในการพัฒนาด้านอื่นย่อมถูกบั่นทอนลงด้วย
แนวทางแก้ไข
๑. การจัดการอบรมความรู้ในการทำวิจัยของครูทั้งสถานศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๕๑
โดยเริ่มจาก ๒๑ เมษายน ๒๕๕๑ – ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑ และนำความรู้จากการอบรมไปเก็บข้อมูลและดำเนินการเป็นระยะ จนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ ครูทุกคนจะมีผลงานวิจัยจากการคิดค้นนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอนจริง โดยจะมีผลงานเป็นนวัตกรรม คนละ ๑ ชิ้น และงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมอีก คนละ ๑ เรื่อง
๒. การพัฒนาเรื่องการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับโครงงานของนักศึกษาในรูปแบบ
ของการวิจัยเต็มรูปแบบคือ วิจัย ๕ บท ซึ่งเป็นการขยายความรู้เรื่องการวิจัยจากครูลงสู่นักเรียน นักศึกษา เป็นการสร้างองค์ความรู้ของครูอาจารย์และนักศึกษาให้เป็นระบบต่อไป
๓. ส่งเสริมให้ครูอาจารย์ได้พัฒนาวิชาชีพตามสาขางานให้มากขึ้น เช่น การคิดสูตร
อาหาร ทดลองสูตร และเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง
๔. การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนเรื่องการวิจัย นวัตกรรม เพิ่มเติมจากที่ได้รับจาก
สอศ. และการประสานงานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก โดยการประสานความร่วมมือจากองค์กรที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: