Thongplew1’s Weblog


คำถามท้ายบทที่ ๓ เรื่อง โครงสร้างการจัดการศึกษาของไทย
มิถุนายน 28, 2008, 2:42 pm
Filed under: Uncategorized

๑. การจัดโครงสร้างสถานศึกษาของท่าน สามารถสนองตอบวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดโครงสร้างองค์การในข้อใดบ้าง ให้อธิบาย
โครงสร้างวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี  จากโครงสร้างของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี สามารถสนองวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดโครงสร้างองค์การในข้อต่อไปนี้
วัตถุประสงค์ข้อ (๑) เพื่อแบ่งงานกันทำโดยแยกออกเป็นแต่ละงาน แต่ละแผนก หรือหน่วยงานตามความเหมาะสม โดย จากโครงสร้างเริ่มจากการแบ่งงานของรองผู้อำนวยการออกเป็น ๔ ฝ่าย ในแต่ละฝ่ายจะมีงานในความดูแล ซึ่งแต่ละงานนั้นได้แบ่งตามลักษณะงานของ รองผู้อำนวยการ
วัตถุประสงค์ข้อ (๒) เพื่อมอบงานและความรับผิดชอบให้แต่ละคนทำตามความรู้ ความถนัดของแต่ละบุคคล โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี ได้ออกคำสั่งมอบหมายหน้าที่ตามโครงสร้าง ด้วยการพิจารณาความเหมาะสมตามความสามารถ และความถนัดของบุคลากร ในแต่ละงาน
วัตถุประสงค์ข้อ (๓) เพื่อประสานงานต่าง ๆ ให้ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกัน โดยจะเห็นได้ว่าจากโครงสร้างได้จัดหมวดงานที่สอดคล้องกับฝ่ายเพื่อการดำเนินงานอะไรจะได้สะดวก ตามลักษณะงาน
วัตถุประสงค์ข้อ (๔) เพื่อจัดงานออกเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละกลุ่มจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงาน หรือแผนกงาน จากโครงสร้างสนองตอบวัตถุประสงค์ข้อนี้ เพราะเป็นการจัดโครงสร้างตามลักษณะ
งานและจุดหมายของแต่ละงาน เช่น ฝ่ายวิชาการ มีจุดมุ่งหมายพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนเก่งและมีความสุข งานที่อยู่ในฝ่ายจะประกอบด้วย งานทะเบียนซึ่งแสดงถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน งานพัฒนาหารเรียนการสอน จะช่วยพัฒนาให้ครูอาจารย์จัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนเก่ง ส่วนแผนกวิชา ก็จะรับผิดชอบในการพัฒนาของผู้เรียนให้มีความเก่ง ในแต่ละสาขาวิชาที่ผู้เรียนเลือกเรียนเป็นต้น
หรือ ฝ่ายพัฒนาการศึกษา เป็นกลุ่มงานที่มีลักษณะงานและจุดหมายของงานในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี และมีความสุข งานที่อยู่ในฝ่ายจึงเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และการส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีทักษะชีวิตที่ดีเพื่อจะได้เป็นคนที่อยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุข
วัตถุประสงค์ข้อ (๕) เพื่อกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มคนและระหว่างหน่วยงานหรือแผนก ในวัตถุประสงค์ข้อนี้โครงสร้างของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี ตอบสนองในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างงาน ของแต่ละฝ่าย
วัตถุประสงค์ข้อ (๖) เพื่อกำหนดสายการบังคับบัญชา อย่างเป็นทางการ ตลอดทั้งองค์การ
ดังจะเห็นได้จาก โครงสร้างได้ระบุสายบังคับบัญชา จากผู้อำนวยการ ถึง รองผู้อำนวยการ
และจากรองผู้อำนวยการฝ่ายถึง งานต่าง ๆ
๒. การจัดโครงสร้างองค์การตามแนวคิดของการบริหารแบบดั้งเดิม กับการบริหารในยุคปัจจุบัน มีความแตกต่างกันอย่างไร
การจัดโครงสร้างองค์การตามแนวคิดของการบริหารแบบดั้งเดิม กับการบริหารในยุคปัจจุบัน มีความแตกต่างกัน ดังนี้
การจัดโครงสร้างองค์การตามแนวคิดของการบริหารแบบดั้งเดิม มีหลักการจัด ๔ อย่าง คือ
๑. กำหนดการบังคับบัญชาลดหลั่นกันมาอย่างชัดเจน ตั้งแต่ระดับสูงสุดถึงระดับล่างสุด
๒. มีความเป็นเอกภาพของการบังคับบัญชา เพื่อเป็นหลักประกันว่าความขัดแย้งอันเกิดจากการปฏิบัติตามคำสั่งจะไม่เกิดขึ้น
๓. อำนาจบังคับบัญชาจะต้องเท่าเทียมกับความรับผิดชอบ เพื่อเป็นหลักประกันว่า แต่ละคนจะต้องรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ
๔. ผู้บริหารสามารถมอบหมายงานให้กับระดับรองลงไปได้ แต่มอบหมายความรับผิดชอบไม่ได้ เพื่อป้องกันการผลักภาระ
การบริหารในยุคปัจจุบัน มีโครงสร้างองค์การดังนี้
๑. สายการบังคับบัญชาสั้นลง เพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น
๒. ขนาดของการควบคุมกว้างขึ้น ทำให้สายการบังคับบัญชาสั้นลง
๓. ความเป็นเอกภาพของการบังคับบัญชาน้อยลง
๔. การมอบหมายงานและให้คนมีอำนาจมากขึ้น เป็นกระบวนการกระจายงานและการไว้วางใจให้บุคคลอื่นทำงานแทน โดย มอบหมายงานทั้งอำนาจและความรับผิดชอบให้แก่บุคคลที่ทำงานแทนซึ่งมีกระบวนการมอบหมายงานทั้ง ๓ ขั้น คือ
(๔.๑) ผู้บริหารมอบหมายความรับผิดชอบ โดยระบุหรืออธิบายว่า
ผู้รับมอบหมายงานจะต้องมีหน้าที่อะไรบ้างรับผิดชอบหรือมีภาระงานอย่างไร
(๔.๒) ผู้บริหารมอบหมายอำนาจ คือ ผู้รับมอบหมายมีสิทธิที่จะดำเนินการ
เท่าที่จำเป็นเพื่อทำให้งานนั้นสำเร็จ
(๔.๓) ผู้บริหารจะต้องรับผิดชอบงานที่มอบหมายแม้จะมอบหมายทั้งอำนาจ
และความรับผิดชอบแล้วแต่ก็ยังต้องรับผิดชอบต่อหัวหน้าหรือผู้บริหาร
ระดับสูงกว่าด้วย
๕. การกระจายอำนาจอย่างรวบอำนาจ หมายความว่า มีการมอบหมายงานไปยังระดับบริหารต่าง ๆ แต่ก็ยังมีคำสั่งมาจากส่วนกลาง
๖. โครงสร้างขนาดเล็กอยู่ในขนาดใหญ่ โดยมีโครงสร้างการบริหารที่แยกเป็นขนาดเล็ก อยู่ในขนากใหญ่ ทำให้มีการยึดหยุ่นและสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ได้ง่ายกว่า
๗. ลดจำนวนที่ปรึกษาให้เหลือน้อยลง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการขัดแย้ง
ข้อแตกต่างของการจัดโครงสร้างองค์การตามแนวคิดของการบริหารแบบดั้งเดิมกับ การบริหารในยุคปัจจุบัน คือ
(๑) การบริหารในยุคปัจจุบัน มีสายการบังคับบัญชาสั้นลงและมีขนาดการควบคุมกว้างขึ้น
(๒) การบริหารในยุคปัจจุบันมีความเป็นเอกภาพของการบังคับบัญชาน้อยลง
(๓) การบริหารในยุคปัจจุบันมีโครงสร้างองศ์การขนาดเล็กอยู่ในขนาดใหญ่ ทำให้มีการยืดหยุ่นมากขึ้น

๓.การจัดโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ กับโครงสร้างขอบเขตพื้นที่การศึกษาแตกต่างกันอย่างไร
(๑) โครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ
(๒) โครงสร้างของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข้อแตกต่างระหว่างภาควิชาการจัดโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการกับโครงสร้างของเขตพื้นที่การศึกษา มีดังนี้
๑. โครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นโครงสร้างที่ยึดหลักการดำเนินงานโดยประกอบด้วยองค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปสภาหรือในรูปของคณะกรรมการ
๒. โครงสร้างของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นโครงสร้างที่แสดงแผนผังการจัดรายงานตามสายงาน
๔. จงวิเคราะห์และเปรียบเทียบการจัดโครงสร้างของโรงเรียนก่อนที่จะเป็นนิติบุคคลกับเมื่อ เป็น นิติบุคคลแล้วว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ประเด็น
สถานศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นนิติบุคคล สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
สถานภาพสถานศึกษา เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นส่วนราชการมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วัตถุประสงค์ของการ
จัดการศึกษา การจัดการศึกษาต้องเป็นไป เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข วัตถุประสงค์และหลักการเช่นเดียวกับสถานศึกษาที่ไม่เป็นนิติบุคคล
ความรับผิดชอบ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบกับสถานศึกษา ในฐานะที่สถานศึกษาเป็นหน่วยงานที่อยู่ในสังกัด สถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษารับผิดชอบตามที่ได้กำหนดไว้ในกรอบอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาโดยตรง จึงเป็นความรับผิดชอบของสถานศึกษาโดยตรง

อำนาจหน้าที่ มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษา ๔ ด้าน คือ ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคลและการบริหารทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง – อำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับสถานศึกษาไม่เป็นนิติบุคคล
– อำนาจหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นในฐานะนิติบุคคลที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่กำหนดให้สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลมีอำนาจในการปกครองดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ทั้งที่เป็นราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น รวมทั้งจัดหารายได้จากบริการของสถานศึกษาที่ไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบาย วัตถุประสงค์และภารกิจหลักของสถานศึกษา
๕. เพราะเหตุใดการจัดโครงสร้างของโรงเรียนเอกชนจึงต้องมีรูปแบบเป็นการเฉพาะของแต่ละแห่ง
การจัดโครงสร้างของโรงเรียนเอกชน มีรูปแบบเป็นการเฉพาะของแต่ละแห่งเพราะ เขตงานและภารกิจที่แตกต่างกันในเชิงปริมาณงานและขอบเขตของงานที่รับผิดชอบ หมายความว่า โรงเรียนเอกชน สามารถมีรูปแบบของการจัดโครงสร้างตามขนาดของสถานศึกษา โดยสามารถจัดโครงสร้างและระบบงานตามความเหมาะสมแต่มีสิ่งที่เหมือนกันคือ งานประกันคุณภาพจะต้องเป็นส่วนของการบริหารปกติแบบต่อเนื่อง และมีงานการเงินแยกออกอย่างเด่นชัด
๖. การที่กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดโครงสร้างของโรงเรียนที่เป็นนิติบุคคล เป็น ๔ ฝ่าย ท่านคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
การที่กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดโครงสร้างของโรงเรียนที่เป็นนิติบุคคล เป็น ๔ ฝ่ายนั้น ตามความคิดของข้าพเจ้า คิดว่า เป็นการเหมาะสมดีแล้ว เพราะ
(๓) เป็นรูปแบบโครงสร้างสถานศึกษาที่เป็นไปตามแนวทางของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งน่าจะมีการวิจัยมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
(๔) เป็นระบบบริหารและการจัดการศึกษาที่คล่องตัว เป็นอิสระของงานวิชาการ งบประมาณ บุคคลและการบริหารงานทั่วไป จัดเป็นการกระจายอำนาจ
(๕) เป็นโครงสร้างที่ยึดหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระดับบน – คณะกรรมการสถานศึกษา ระดับล่าง – คณะกรรมการในโรงเรียน อนุกรรมการต่าง ๆ คณะทำงาน เป็นต้น
(๖) มีการแบ่งงานตามภารกิจ ได้แก่ กลุ่มผู้สอน กลุ่มผู้บริหาร และ กลุ่มสนับสนุน
(๗) เป็นโครงสร้างที่จัดคนให้เหมาะกับงาน ได้แก่ ครู-สอน บุคลากรอื่น บริการ เป็นฝ่ายสนับสนุน
(๘) เป็นโครงสร้างที่เน้นหลักของประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
(๙) มีการส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
(๑๐) มีการยึดหยุ่นปรับตัวได้ดี
(๑๑) เป็นการเอื้อต่อการทำงาน และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรตามสายวิชาชีพ
(๑๒) เป็นระบบที่ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติงาน
(๑๓) ส่งเสริมการพัฒนากลยุทธ์การทำงาน


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: