Thongplew1’s Weblog


คำถามท้ายบทที่ ๘ เรื่อง การจัดองค์การเพื่อการจัดการคุณภาพ
มิถุนายน 26, 2008, 1:55 pm
Filed under: Uncategorized

ข้อ ๑. เพราะเหตุใดจึงต้องจัดให้มีองค์การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก ? มีองค์การสำคัญอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาของท่าน ?
สาเหตุที่ต้องจัดให้มีองค์การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก
๑. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๔๕ กำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ โดยกำหนดให้มีองค์กรภายนอกดูแลและประเมินผลเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อการพัฒนาปรับปรุงแก้ไข
๒. การจัดการศึกษาถือเป็นการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนที่รัฐจะต้องจัดให้
อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของสังคมให้แก่ผู้รับบริการคือผู้เรียนและผู้ปกครองและสถานประกอบการและสังคม รัฐจึงต้องมีการตรวจสอบว่าการบริการเป็นไปตามนโยบายการศึกษาหรือไม่
๓. เพื่อให้องค์การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอกทำงานประเมินคุณภาพได้อย่าง
มีประสิทธิภาพมากกว่าการบริหารตามระบบสายการบังคับบัญชา จึงมีความเป็นกลางและเป็นธรรม ไม่มีความกดดันให้ผลการประเมินเบี่ยงเบน
องค์การสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาของข้าพเจ้า คือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี มีดังนี้
๑. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานทางการศึกษาของการศึกษาทุกระดับ และทำหน้าที่ให้การรับรองผลการประเมินคุณภาพ
๒. กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ในการส่งเสริมและกำกับดูแลการศึกษาทุกระดับ และทุกประเภท กำหนดนโยบาย และมาตรฐานการศึกษา สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา ส่งเสริมการประสานงานศาสนา ศิลปะ และการกีฬา เพื่อการศึกษา ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาและราชการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
๓. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นหน่วยงานส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่กำกับดูแลการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐาน แลหลักสูตรการอาชีวศึกษาทุกระดับที่สอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ การส่งเสริมและประสานงานการจัดการอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน การสนับสนุนทรัพยากร การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา โดยคำนึงถึงคุณภาพความเป็นเลิศทางวิชาชีพ
๔. อาชีวศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี (อศจ.) เป็นหน่วยงานประสานการดำเนินงานของสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาภายในจังหวัด และประสาน สอศ. ในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติในส่วนของการประกันคุณภาพการศึกษา อศจ. จะดำเนินการประเมินภายใน ๒ ปี ต่อครั้ง

ข้อ ๒. การจัดการคุณภาพ มีหลักการสำคัญอะไรบ้าง ? จงระบุมา ๓ ประการพร้อมอธิบาย
การจัดการคุณภาพมีหลักการสำคัญ ดังต่อไปนี้
ประการที่ ๑. คือ ต้องมีระบบการบริหารจัดการเชิงนโยบายที่ชัดเจน โดยสถานศึกษาต้องรับนโยบายจากต้นสังกัด และมอบนโยบายให้ทุกคนในองค์การ หรือสถานศึกษาได้รับทราบและถือปฏิบัติ ตามนโยบายนั้นได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง เช่น การให้ความสำคัญกับผู้เรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียนเป็นอันดับแรก โดยผู้บริหาร ครู และผู้เกี่ยวข้องต้องรู้บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้นักศึกษาเป็นผู้ที่มีสมรรถนะทางวิชาชีพ มีระเบียบวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม เมื่อสำเร็จการศึกษาไปสามารถเป็นคนดีของสังคม และประกอบอาชีพได้
ประการที่ ๒. คือ เน้นที่กระบวนการทำงาน ทำอย่างมีขั้นตอน ไม่ย้อนไปย้อนมา เสียเวลาและทรัพยากร มีการวางแผนงานกระบวนการทำงาน และมีการออกคำสั่งมอบหมายงานเพื่อให้งานนั้นสำเร็จอย่างมีคุณภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ ร่วมกัน
ประการที่ ๓ มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อการพัฒนาสถานศึกษา การทำงานต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากบุคคลหลายฝ่ายทั้งในถานศึกษา และภายนอกสถานศึกษา งานบางงานไม่สามารถทำได้สำเร็จลำพังผู้เดียว จึงต้องอาศัยบุคคลหลายฝ่ายและมีทีมงานที่ดีจึงจะสามารถทำให้งานนั้นสำเร็จทันตามกำหนดและมีคุณภาพ การรู้จักทำงานเป็นทีมจึงเป็นหลักการจัดการคุณภาพที่ก่อให้เกิดความรักสามัคคี และสมานฉันท์ ทำให้สถานศึกษาพัฒนาได้ง่าย

ข้อ ๓. ขั้นตอนสำคัญๆ ในการดำเนินการเป็นองค์การจัดการคุณภาพทั้งระบบมีอะไรบ้าง ?
จงอธิบาย?

ขั้นตอนสำคัญๆ ในการดำเนินการเป็นองค์การจัดการคุณภาพทั้งระบบ
แบ่งออกเป็น ๔ ขั้นตอน คือ
๑. ขั้นเริ่มต้น มีการเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับระบบงานทั้งหมดของสถานศึกษา ได้แก่การวางแผน การจัดองค์การ การจัดการบุคลากร การอำนวยการ และการควบคุม ไว้ให้พร้อม
๒. ขั้นควบคุมคุณภาพ เป็นขั้นตอนสำคัญที่มีจุดเด่นเรื่องของการประเมินผล เพื่อให้ได้ข้อ มูลมาตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงพัฒนา สถานศึกษา โดยเน้นการทีมงานและบทบาทเรื่องของการประเมินเป็นพิเศษ โดยเน้นการประเมินปัจจุบันเพื่อการแก้ไขข้อบกพร่องในอดีตมากกว่าการป้องกัน
๓. ขั้นประกันคุณภาพ (quality assurance) เป็นขั้นพร้อมรับการตรวจประเมินทั้งภายในและภายนอก ซึ่งสถานศึกษาจะต้องจัดให้มีบุคคลหรือทีมงานอีกชุดหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจากทีมประเมินผล ทีมนี้จะทำหน้าที่ประสานงานให้เกิดการส่งผลย้อนกลับเพื่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาโดยตรง และทำหน้าที่ประสานงานเพื่อสร้างระบบงานให้เข้มแข็งขึ้นตามลำดับ
๔. ขั้นจัดการคุณภาพทั้งระบบ เป็นขั้นที่ระบบงานพัฒนาเป็น (quality management หรือ total quality management) องค์การมีคุณลักษณะตามที่กล่าวมาแล้วในช่วงนี้ทุกหน่วยงานย่อยจะมีคู่มือปฏิบัติงานที่ช่วยให้มีการทำงานอย่างมีขั้นตอนตามวงจรของการปฏิบัติงาน ยืดหยุ่นได้สภาพการ สามารถสร้างผลงานคุณภาพได้ตามเวลาหรือเงื่อนไข ลดความผิดพลาด ลดต้นทุน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นขั้นที่ระบบงานพัฒนามาเป็นการป้องกันความบกพร่องอนาคตมากกว่าการแก้ไข

ข้อ ๔. ในการสร้างระบบคุณภาพ มีสิ่งสำคัญอะไรบ้างที่ต้องดำเนินการ ? จงยกตัวอย่างมา ๓ ประการ
พร้อมคำอธิบาย

ในการสร้างระบบคุณภาพ มีสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการในสิ่งสำคัญ ๕ ประการ
ซึ่งจะขอยกตัวอย่างมา ๓ ประการ ดังนี้
๑. ระบบงาน
การสร้างระบบงาน เพื่อทำให้ทุกคนทำหน้าที่ได้ถูกต้อง และสอดประสานกับ
บุคคลอื่นเป็นทีมงาน จำเป็นต้องมีเอกสารหลายอย่าง ดังนี้
๑. เอกสารที่เรียกว่า คู่มือคุณภาพ หรือ quality manual ที่บ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะสร้างระบบงานคุณภาพที่มีการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง เน้นขั้นตอนการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานเป็นวงจรDeming cycle ประกอบด้วย plan/do/check/act และควรมีตัวอย่างที่ชัดเจน หรือมีการฝึกอบรม เพื่อที่แต่ละหน่วยงานย่อยจะได้ไปจัดทำคู่มือคุณภาพเฉพาะของหน่วยงานได้ โดยเฉพาะครูอาจารย์ ควรสามารถเน้นการจัดการเรียนรู้อย่างเน้นขั้นตอนที่นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ คู่มือนี้ จะต้องระบุมาตรฐานตัวชี้วัดที่หน่วยเหนือ(ตามตอนการเรียนรู้ที่ ๑)ไว้ ด้วย เพื่อที่แต่ละหน่วยงาน จะได้มีเกณฑ์ในการพิจารณาการปฏิบัติของตน
๒. เอกสารอีกส่วนหนึ่ง เรียกว่าคู่มือการประเมินและควบคุม
(อาจอยู่เล่มเดียวกับเล่มแรก) ที่ระบุเกี่ยวกับ
– งาน/โครงการที่ต้องประเมิน
– ข้อมูล/ตัวชี้วัด
– วิธีการประเมิน
– เครื่องมือประเมิน
– แหล่งข้อมูล
– ผู้ประเมิน
– การวิเคราะห์ข้อมูลและการนำเสนอ
– ตารางเวลาการประเมิน
๓. เอกสารอื่นๆที่อาจรวมอยู่ในเล่ม หรือ แยกเล่ม จะได้กล่าวถึงต่อไป ทั้งหมดนี้ต้องมีการจัดทำเป็นเอกสาร และอาจต้องมีการฝึกอบรมเป็นระยะๆ เพื่อให้บุคลากรครูอาจารย์มีความเข้าใจ และให้ความร่วมมือ
๒. ความรับผิดชอบเชิงการจัดการ
ผู้นำ หรือ ผู้อำนวยการ มีความสำคัญสูงสุดต่อระบบคุณภาพ ควรมีลักษณะผู้นำที่เป็นผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง(transformational)และผู้นำเพื่อการแลกเปลี่ยน(transactional)อยู่ในคนเดียวกัน และมีบทบาทสำคัญ ดังต่อไปนี้
๑. ตั้งบุคคลหรือหน่วยงานทำหน้าที่ประสานจัดการระบบงานคุณภาพของ
องค์การหรือสถานศึกษา เพราะมีภารกิจที่ต้องดำเนินการเป็นจำนวนมาก ผู้บริหารต้องมีบุคคลหรือองค์การมารองรับ
๒. ดำเนินการกิจกรรมต่อไปนี้ผ่านบุคคลหรือองค์การตามข้อ๑
– การสร้างนโยบายคุณภาพ
– สื่อสารนโยบายนี้ให้ผู้ร่วมงานทุกคนทราบ และตระหนัก
– สร้างจุดเน้นที่สำคัญ และวัดได้ชัดเจน
– สร้างความผูกพันยึดมั่นร่วมกันในเรื่องของคุณภาพ
– มีการตัดสินใจเพื่อการปรับปรุงที่ทันท่วงที
– ให้มีการรายงานเกี่ยวกับระบบงานเป็นระยะๆ และในเวลาที่แน่นอน
– ย้ำเตือนเรื่องจุดเน้นที่ตัวนักเรียน
– ย้ำเตือนเรื่องการใช้กระบวนการที่ถูกต้องเหมาะสมในการสอน และ
สัมพันธ์กับผู้เรียน
๓. ผู้บริหารต้องรับผิดชอบในกรอบภารกิจดังนี้
– การส่งเสริมสนับสนุนงานคุณภาพ เริ่มจากการให้ความสำคัญ และพยายาม
ทุกทางให้เพื่อนร่วมงานตระหนักและร่วมมือ
– การสร้างความพอใจให้นักศึกษาและผู้ปกครอง ทั้งนี้ต้องทราบว่า
นักเรียนและผู้ปกครองต้องการอะไร และพยายามสนองความต้องการนั้น รวมทั้งพยายามติดตามความรู้สึกของนักเรียนและผู้ปกครองที่มีต่อสถานศึกษาเสมอ
– การสร้างนโยบายคุณภาพ ได้แก่การให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการกำหนด
นโยบายคุณภาพ และจัดให้มีการบริหารจัดการให้นโยบายนั้นๆบรรลุผล
– การวางแผนงานคุณภาพ กล่าวคือ เมื่อสร้างนโยบายคุณภาพแล้ว
ในการจัดการให้เกิดผลจะต้องมีการวางแผนงานคุณภาพตามมา ซึ่งหมายถึงต้องมีการกำหนดจุดประสงค์และเป้าหมายคุณภาพให้ชัดเจน จากนั้นจึงวางภารกิจ โครงการ หรือกิจกรรม พร้อม การงบประมาณ ตามมา
– การควบคุมระบบคุณภาพ ที่สำคัญคือการสื่อสารภารกิจฯที่กล่าวมานั้น สู่
ผู้รับผิดชอบ ดูแลให้ได้ดำเนินงานอย่างตั้งใจภายใต้บรรยากาศที่ดี และที่สำคัญ ประสานให้มีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
– การจัดให้มีการรายงานทบทวนระบบงานเป็นระยะๆ โดยให้มีสาระเป็น
รายแผนงาน โครงการ โดยพิจารณาเกี่ยวกับ ทรัพยากร กระบวนการทำงาน ผลผลิต ผลลัพธ์ เพื่อส่งผลย้อนกลับเพื่อการปรับปรุงงาน เพื่อลดความสูญเสีย เพิ่มความเร็ว เพิ่มคุณภาพ และปริมาณ
๓. การจัดการทรัพยากร
ในการจัดการคุณภาพ เรื่องของการจัดการทรัพยากร ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของต้นทุนที่ส่งผลต่อความสำเร็จตามมา ถ้ามีการจัดการที่ดีจะนำไปสู่ความสำเร็จที่คุ้มค่า แต่ในทางตรงกันข้าม หากมีการบริหารจัดการไม่ดี ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรได้อย่างเต็มที่เท่านั้น แต่จะต้องมีการสูญเสีย ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน ถ้าเป็นธุรกิจการค้า ก็จะเสียลูกค้า ซึ่งถ้ามีมากขึ้นก็จะนำไปสู่ความหายนะขององค์การทางการค้านั้น หรือถ้าเป็นสถานศึกษา ความนิยมก็จะลดลง หรือต้องเลิกกิจการไป
ทรัพยากรที่สำคัญประกอบด้วย
– ทรัพยากรบุคคล และการจัดการความรู้
– โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการทำงาน
– บรรยากาศ และสิ่งแวดล้อม
– การเงิน
– ระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีการสื่อสาร
ข้อ ๕. การจัดการทรัพยากรที่เป็นเคล็ดลับสำคัญในความสำเร็จในการจัดการคุณภาพ ท่านเห็นว่าเรื่อง
ใดสำคัญที่สุด ? จงยกตัวอย่างมา ๓ ประการ พร้อมคำอธิบาย

การจัดการทรัพยากรที่เป็นเคล็ดลับสำคัญในความสำเร็จในการจัดการคุณภาพ มี ๕ ประการ ซึ่งขอยกตัวอย่างที่สำคัญ ๓ ประการ ดังต่อไปนี้
๑. ทรัพยากรบุคคลและการจัดการความรู้
มีความสำคัญอันดับแรก ที่องค์การจะต้องเอาใจใส่ ดังต่อไปนี้
– ต้องมีแผนอัตรากำลังที่สร้างความพอเหมาะพอดีของปริมาณตามสูตรคำนวณ
และมีคุณภาพสูงครบทั้ง ๘ สาระการเรียนรู้ รวมทั้งมีบุคลากรสนับสนุน มากพอที่จะช่วยให้ความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาได้
– มีการรับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้มงวด มีระยะเวลาของการทดลอง
งานมากกว่าข้าราชการอื่นหรืออาชีพอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าได้คนเก่ง คนดี มีความสามารถมาประกอบวิชาชีพครูอย่างแท้จริง

– มีการจัดการศึกษาอบรมทั้งการเพิ่มสมรรถภาพ และการเพิ่มวุฒิ อย่างต่อเนื่อง
และมีการจัดการความรู้ทั้งในเชิง การแสวงหา การอบรมพัฒนา การเก็บรักษา และการใช้ประโยชน์ และที่สำคัญ สถานศึกษา ต้องเป็นศูนย์กลางแหล่งความรู้ให้ชุมชน ช่วยให้ชุมชนใช้ความรู้เพื่อการปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ อีกด้วย
– มีการสร้างขวัญกำลังใจในการประกอบวิชาชีพทั้งเชิงเศรษฐกิจ และสังคม
และมีการควบคุมจรรยาวิชาชีพที่เข้มงวด
– มีการประเมินการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และมีการนำเสนอรายงานทุกภาคเรียน
– มีการปูนบำเหน็จความชอบอย่างเป็นธรรม
– มีการจัดประโยชน์ข้างเคียง สวัสดิการ สวัสดิภาพ ได้มาตรฐานสากล
๒.โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการทำงาน
บุคลกร โดยเฉพาะครูอาจารย์ต้องมีการจัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการทำงานดังนี้
– มีห้องทำงานเป็นกิจลักษณะสมฐานะของนักวิชาชีพ
– มีห้องค้นคว้า อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะการเข้าหาฐานข้อมูล และอินเทอร์เน็ต
– มีบรรยากาศทางกายเหมาะสมทั้งห้องพัก ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ สนาม
– มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้เพียงพอ
– มีบริการด้านการเงิน ธุระการ การสื่อสาร การคมนาคม พร้อมระบบเครือข่ายที่
ครูจะใช้ประโยชน์ได้
๓. การเงิน
การจัดการการเงินแม้จะเป็นเรื่องที่ต่อจากการจัดการเรื่องอื่นๆ แต่เป็นองค์ประกอบ สำคัญที่ทำให้ทรัพยากรอื่นๆทำหน้าที่ได้ ในการจัดการเรื่องเงิน ควรมีการจัดการดังนี้
– การจัดการรายรับ ได้แก่การแสวงหาแหล่งเงิน และเงินเพื่อมาใช้จ่ายหลายๆ
ทาง โดยทั่วไปจะได้จากการงบประมาณ การเก็บค่าบำรุงการศึกษา ค่าเล่าเรียน และการแสวงหารายได้โดยวิธีการอื่นๆที่ไม่ขัดกับแนวคิดและปรัชญาของสถานศึกษา
– การงบประมาณ ควรเน้นการจัดงบประมาณที่มีการวางแผนยุทธ์ศาสตร์
แผนพัฒนา แผนงบประมาณ มาก่อน เพื่อที่ทำให้จำนวนเงินค่าใช้จ่ายมีเหตุผลที่อธิบายได้อย่างมีเหตุผล ทั้ง การทำงบประมาณ ต้องทำกับยอดเงินรายรับทุกยอด หาไม่แล้ว จะเกิดการสูญเสียประโยชน์จากรายรับที่มี
– การใช้งบประมาณที่ได้รับ ต้องตั้งอยู่กับแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อให้
การใช้เงินเป็นไปตามแผนที่ต้องการให้เกิดที่ชัดเจน โดยที่การเบิกจ่ายต้องมีความสะดวก รวดเร็ว ด้วยรากฐานของระบบการเงินการบัญชี การพัสดุ ที่มีมาตรฐานสูง
– การควบคุมการเงิน พัสดุ อาคารสถานที่ ที่ดี และใช้ประโยชน์ได้สูงสุด
– การจัดการผลประโยชน์ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นธรรม
– การหาประโยชน์จากเงินเหลือจ่ายอย่างคุ้มค่า
ข้อ ๖. ผลผลิตทางการศึกษาคืออะไร ? ควรมีลักษณะอย่างไร ? จงอธิบาย
ผลผลิตทางการศึกษา คือ การจบการศึกษาของนักเรียนซึ่งหมายถึง ปริมาณของผู้จบ
และคุณภาพผู้จบ ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้
๑. ปริมาณผู้จบการศึกษา ในทางการศึกษามีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ นักเรียนทุกคนที่เข้าเรียน
สามารถจบการศึกษาก่อน หรือในเวลาของหลักสูตร ในทางปฏิบัติจริงเป็นไปได้ยาก เพราะนักเรียนแต่ละคนย่อมมีปัญหาของตนแตกต่างกันจนทำให้ต้องจากสถานศึกษาก่อนจบการศึกษาจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในด้านการออกด้วยเหตุผลเรื่องการศึกษาเล่าเรียนเป็นเรื่องที่ท้าทายนักวิชาชีพครู และโดยจรรยาวิชาชีพ และความรับผิดชอบในการจัดการคุณภาพต้องมีความพยายามอย่างเต็มในการที่จะจัดการให้นักเรียนได้เรียนเต็มตามศักยภาพของตน และต้องพยายามทำหน้าที่ให้ได้เป้าหมายใกล้เคียงกับเป้าหมายสูงสุดมากที่สุด
๒. ด้านคุณภาพผู้จบการศึกษา พิจารณาจากผลการเรียนตามระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยการวัดผลการศึกษาของสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม การจบการศึกษาเน้นการวัดผลเป็นค่าระดับคะแนน และได้พยายามกำหนดวัตถุประสงค์การสอนให้เป็นวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมก็ตาม แต่ความสามารถจริงในการทำหน้าที่ หรือประกิจตามวัย เมื่อจบการศึกษาแล้ว ยังเป็นที่กังขาในสาธารณชนทั่วไป โดยเฉพาะผลทางด้านจิตใจและคุณธรรม จนเป็นเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ต้องมีการปฏิรูปการศึกษาในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องของทุกฝ่าย เกี่ยวกับผลผลิตทางการศึกษา โดยเฉพาะด้านคุณภาพ เมื่อจะต้องมีการประกันคุณภาพ หรือ การจัดให้มีการจัดการคุณภาพทั้งระบบ จำเป็นต้องมีการ
๑.กำหนดรายละเอียดระดับพฤติกรรมของความสามารถทางสมอง
๒.กำหนดรายละเอียดความสามารถ หรือสมรรถภาพในการทำงาน ว่าทำอะไรได้บ้าง
๓.กำหนดรายละเอียดระดับจิตใจด้านต่างๆ
เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว จำเป็นต้องมีกระบวนวิธีที่ถูกต้องในการจัดการ
เรียนรู้ และที่สำคัญจะต้องมีการกำหนด และสร้างเครื่องมือในการประเมิน ที่พร้อมที่จะให้ครูอาจารย์ได้นำไปใช้อย่างมีมาตรฐาน และสะดวกในการนำไปใช้
ข้อ ๗. การติดตามประเมินผลคืออะไร ? มีความสำคัญอย่างไรต่องานจัดการคุณภาพ ? จงอธิบาย
การติดตามประเมินผล คือ การติดตามประเมินผล เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของระบบงาน เพราะเป็นการดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะข้อมูลที่บ่งบอกถึงผลผลิตทั้งเชิงคุณภาพ และปริมาณ พร้อมปัญหาที่เกิดขึ้นและสาเหตุ เพื่อที่จะส่งผลย้อนกลับไปแก้ปัญหาที่สาเหตุ โดยเฉพาะสาเหตุจากกระบวนการและทรัพยากร
การติดตามประเมินผลที่ควรต้องทำเป็นประจำ มีดังต่อไปนี้
– การประเมินผลการศึกษา
– การประเมินการสอน หรือ การจัดการเรียนรู้
– การประเมินการปฏิบัติงาน
– การตรวจสอบภายใน
– การตรวจสอบภายในด้วยเครือข่าย หรือพันธมิตร
– การตรวจประเมินจากภายนอก ภายหลังจากการประเมิน ต้องมี
– วิเคราะห์ข้อมูล และทำรายงาน
– การปรับปรุงแก้ไขระหว่างปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และถูกใจ
นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้นำทางการศึกษา
– การวางแผน และดำเนินมาตรการป้องกันความผิดพลาด บกพร่องในรอบ หรือ
วงจรการปฏิบัติงานต่อๆมา เพื่อไม่เกิดความบกพร่อง ความสูญเสีย หรือมีให้น้อยที่สุด

ข้อ ๘. นอกเหนือจากขั้นตอนการพัฒนาเข้าสู่การเป็นองค์การจัดการคุณภาพทั้งระบบที่กล่าวมาแล้ว ท่านคิดว่า ขั้นตอนปฏิบัติ ที่ค่อนข้างละเอียดในการเป็นองค์การจัดการคุณภาพทั้งระบบ ควรมีอะไรบ้าง ? จงอธิบาย
นอกเหนือจากขั้นตอนการพัฒนาเข้าสู่การเป็นองค์การจัดการคุณภาพทั้งระบบ ที่กล่าวมา ข้าพเจ้าคิดว่าขั้นตอนที่ค่อนข่างละเอียดในการเป็นองค์การจัดการคุณภาพทั้งระบบ ควรมีองค์ประกอบต่อไปนี้ คือ
๑. มีการตั้งบุคคล หรือ องค์การ(ตามที่เสนอไว้แล้ว)เพื่อทำหน้าที่จัดการให้กลไกล
คุณภาพ ตามที่กล่าว ได้ดำเนินไปได้
๒. มีการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาช่วยให้คำปรึกษา หรือ อาจตั้งบริษัทที่ปรึกษา
เพราะในการพัฒนาระบบเป็นงานที่มีความยุ่งยากกว่าการพัฒนาองค์การ(organization development)ซึ่งต้องการที่ปรึกษามากอยู่แล้ว กรณีของการสร้างระบบการจัดการคุณภาพทั้งระบบจึงยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น
๓. มีการวางแผนงานเบื้องต้นให้มีการทำงานเป็นวงจร plan, do, check, act
ในทุกคนทุกหน่วยงาน และบางหน่วยงานอาจมีกิจกรรมนำร่อง ๕ ส. ด้วย
๔. มีการติดตามประเมินผลที่ทำด้วยความตั้งใจ และหวังนำผลมาปรับปรุง
๕. มีการสร้างระบบงานใหม่ที่ต้องการความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาอย่างมาก
เพราะหากอาศัยแนวของISO หรือ international standard organization จะมีเอกสารที่ต้องทำเป็นเป็นจำนวนมาก เพื่อปรับวิธีการทำงานเสียใหม่ เช่น
– คู่มือคุณภาพ
– คู่มือกระบวนการปฏิบัติงาน
– รายละเอียดงาน
– แบบฟอร์มต่างๆ
– เอกสารสนับสนุนต่างๆ
๖. มีการฝึกอบรมให้ครูอาจารย์และบุคลากรให้สามารถทำหน้าที่ได้ตามรายละเอียด
ที่ได้จัดทำขึ้น
๗. มีการลงมือปฏิบัติตามคู่มือที่ได้รับการอบรมมาแล้ว
๘. มีการประเมินผลภายในตามที่มีการระบุไว้ในคู่มือ ซึ่งอาจจะสามารถใช้เครือข่าย
พันธมิตรมาช่วยประเมินด้วย ก็สามารถทำได้

๙. มีการปรับปรุงงานตามผลที่ได้ประเมินและส่งผลย้อนกลับ
๑๐. มีการประสานกับหน่วยงานมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ สมศ.
เพื่อให้มีการตรวจประเมินจากภายนอก
๑๑. ผลของการประเมินอาจยังไม่ได้มาตรฐานเพื่อให้การรับรองคุณภาพ หรือ
accreditation องค์การดังกล่าวจะให้เวลาเพื่อการปรับปรุงเพื่อการรับรองผลอีกครั้ง หรือ หลายครั้ง จนกว่าจะถึงมาตรฐานที่ให้การรับรอง และหลังจากนั้น องค์การมาตรฐานจะมีติดตามเป็นระยะๆเพื่อกระตุ้น หรือ ให้แรงเสริม(reinforcement)เพื่อให้ระบบสามารถผลิตงานคุณภาพ ได้ปริมาณตามกำหนด และเป็นที่พอใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อยู่เสมอ


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: